ผู้บรรยาย
ชอย อุน ชิล
อดีตประธานสถาบันแห่งชาติเพื่อการศึกษาตลอดชีวิต (National Institution for Lifelong Education) หรือ NILE ประเทศเกาหลีใต้
          ​​ในบรรดาความสำเร็จที่เธอสั่งสมมาตลอดทั้งชีวิต คุณูปการสำคัญยิ่งที่ ชอย อุน ชิล ในฐานะผู้ที่อยู่ในแวดวงการศึกษาและนักวิชาการ ได้มอบไว้ก็คือการวางรากฐานให้กับการศึกษาตลอดชีวิตในประเทศเกาหลีใต้ เธอเป็นผู้ริเริ่มแนวคิดการศึกษาตลอดชีวิต ณ สถาบันพัฒนาการศึกษาแห่งประเทศเกาหลี หรือ Korean Educational Development Institute (KEDI) ซึ่งเป็นหน่วยงานด้านวิจัยนโยบายด้านการศึกษาซึ่งอยู่ภายใต้กระทรวงศึกษาธิการ
          ​ในบทบาทหัวหน้าหน่วยการศึกษาตลอดชีวิต เธอได้ประสานงานการทำสำรวจด้านความสามารถในการอ่านออกเขียนได้ในระดับประเทศ เธอมีส่วนในการทำงานวิจัยกว่า 100 เรื่องและมีส่วนร่วมในการประชุมหารือเกี่ยวกับนโยบายด้านการศึกษาผู้ใหญ่ และยังเป็นผูให้คำปรึกษากับนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาจำนวนหลายร้อยคน ในฐานะประธานสถาบันแห่งชาติเพื่อการศึกษาตลอดชีวิตประเทศเกาหลีใต้ เธอมีบทบาทสำคัญในการปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวกับการศึกษาตลอดชีวิตและจัดตั้งสถาบันแห่งชาติเพื่อการศึกษาตลอดชีวิตและหน่วยงานกลางจัดการธุรกรรมการศึกษาตลอดชีวิต ตลอดสามทศวรรษที่ผ่านมา เธอได้เป็นผู้ที่ได้รับการยกย่องให้เป็นทั้งผู้นำและผู้ที่มีวิสัยทัศน์ในสาขาการศึกษาตลอดชีวิต
          ชอย ได้รับปริญญาดุษฎีบัณฑิตทางด้านการศึกษาผู้ใหญ่ในปี พ.ศ. 2529 และปริญญามหาบัณฑิตทางด้านครุศาสตร์สังคม ในปี พ.ศ. 2524 และปริญญาบัณฑิตทางครุศาสตร์ ในปี พ.ศ. 2521 จากมหาวิทยาลัยสตรี Ewha
​          ในฐานะผู้ก่อตั้งและผู้อำนวยการสถาบันวิจัยทางการศึกษา ณ มหาวิทยาลัย Ajou University ชอยได้สร้างศูนย์กลางการเรียนรู้ให้กับนักศึกษานอกระบบที่เป็นผู้ใหญ่โดยการให้การสนับสนุนการศึกษาทางเลือก เธอได้จัดการประชุมสัมมนาระดับนานาชาติและเป็นเจ้าภาพการหารือในระดับภูมิภาคระหว่างผู้ปฏิบัติในประเทศจีน ญี่ปุ่น ไต้หวัน ฮ่องกง สิงคโปร์ และมาเก๊า ก่อนที่เธอจะเข้าร่วมงานกับมหาวิทยาลัย เธอทำงานในตำแหน่งนักวิจัยให้กับสถาบันพัฒนาการศึกษาแห่งประเทศเกาหลีและได้ผลิตผลงานวิจัยออกมามากมาย
          คุณูปการของเธอเป็นที่ประจักษ์ทั้งในระดับประเทศและในระดับนานาชาติ เธอได้รับรางวัล Order of Civil Merit จากรัฐบาลประเทศเกาหลีใต้ และได้รับเชิญให้ไปร่วมเป็นกรรมการตัดสินวรรณกรรมนานาชาติที่จัดโดย UNESCO ในปี พ.ศ. 2546 ในฐานะนักการศึกษา เธอยังได้อยู่ในคณะกรรมการที่ปรึกษาแห่ง UNESCO-UIL-CONFINTIA VI และเป็นผู้ประสานงาน ASEM Education and Research Hub for Lifelong Learning ประจำประเทศเกาหลี เธอมีบทบาทสำคัญในการออกแบบและเผยแพร่แนวปฏิบัติที่ดีที่สุดเพื่อเสริมการดำเนินนโยบาย เช่น เมืองการศึกษาตลอดชีวิต ระบบธนาคารเครดิตทางการศึกษา บัญชีการศึกษาตลอดชีวิต และมหาวิทยาลัยการศึกษาตลอดชีวิต
          ชอยเป็นผู้นำด้านการพัฒนาการร่างนโยบายในด้านการศึกษาตลอดชีวิตหลายร้อยฉบับ และยังได้เขียนบทความกว่า 53 ชิ้นที่ตีพิมพ์ในวารสารทางวิชาการต่าง ๆ นอกจากนั้นแล้วเธอยังได้แต่งหนังสือ 10 เล่ม ซึ่งในจำนวนนี้รวมถึงหนังสือชื่อ Theories and Practices of Management of Lifelong Education และ Exploring Foundations of Lifelong Program Development (ทฤษฏีและทางปฏิบัติในการบริหารการศึกษาตลอดชีวิต และการศึกษาการพัฒนารากฐานแห่งโครงการการศึกษาตลอดชีวิต). นอกจากนี้เธอยังเป็นสมาชิกกรรมการบรรณาธิกรบริหารของวารสาร Journal of Lifelong Learning Society และวารสาร Journal of Education Research
          ด้วยความมุ่งมั่นที่จะให้บริการประชาชนกลุ่มน้อยผู้ด้อยโอกาสให้ดียิ่งขึ้น ชอยจึงทำงานร่วมกับส่วนงานของรัฐในท้องถิ่นในการจัดตั้งหน่วยงานต่าง ๆ เช่น วิทยาลัยชุมชนสำหรับประชาชน และสถาบัน Coaching Academy เธอจัดตั้งหมู่บ้านการเรียนรู้อย่างเพลิดเพลิน (Joyful Learning Village) ซึ่งเป็นโครงการการเรียนรู้สำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในชุมชนผู้ป่วยด้วยโรคเรื้อน ซึ่งเป็นผู้ที่ถูกแยกออกจากสังคมเป็นเวลาหลายทศวรรษ นอกจากนี้เธอยังเป็นผู้ริเริ่มกิจกรรมการเรียนรู้สำหรับครอบครัวผู้อพยพที่มาจากหลากหลายวัฒนธรรมในจังหวัดเคียงจิโด (Gyounggi) ปัจจุบันเธอดำรงตำแหน่งประธานสถาบันแห่งชาติเพื่อการศึกษาตลอดชีวิตประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นองค์กรที่ไม่หวังผลกำไร และให้การสนับสนุนด้านการศึกษา การอ่านออกเขียนได้ และสันติภาพให้กับเด็กผู้หญิงและสตรี นอกจากนั้นองค์กรนี้ยังดูแลและประเมินผลการเรียนรู้ตลอดชีพ และสนับสนุนให้ผู้ปฏิบัติงานในระดับรากหญ้าทั่วประเทศได้มีอำนาจในการดำเนินงาน
          เธอยังได้เปิดตัวโครงการ Round-The-Clock Project เพื่อให้การสนับสนุนกิจกรรมการเรียนรู้ที่สามารถเลี้ยงตัวเองได้โดยที่ผู้ปฏิบัติสมัครใจ ทั้งนี้โดยมีกลุ่มเป้าหมายได้แก่ สตรี ผู้พิการ และประชาชนวัยเกษียณเธอช่วยผลักดันการศึกษาตลอดชีวิตโดยอาศัยเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญ ผู้จัดการระดับกลาง และคนงานระดับรากหญ้าจากองค์กรอาสาสมัครเพื่อการศึกษาตลอดชีวิต
          ในฐานะประธานสถาบันแห่งชาติเพื่อการศึกษาตลอดชีวิตแห่งเกาหลีใต้ เธอทำงานร่วมกับสมาชิกอื่น ๆ ในการที่จะจัดชุดกิจกรรมการเรียนรู้อันมีบทบาทสำคัญยิ่งต่อการผลักดันให้มีการตรากฎหมายเกี่ยวกับการศึกษาตลอดชีวิตอันจะเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของเกาหลี การเข้ามามีส่วนร่วมในระดับชุมชนของเธอประกอบด้วยการที่เธอเป็นผู้ที่มีบทบาทในสมาคมการเรียนรู้ตลอดชีวิตของสตรีเกาหลีซึ่งเป็นองค์กรอาสาสมัครของประชาชนที่ผลักดันให้เกิดความเท่าเทียมระหว่างเพศ และให้สตรีมีอำนาจในการตัดสินใจในเรื่องต่าง ๆ มากยิ่งขึ้น